วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

การบรรจุน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ลงแคปซูลเปล่าด้วยตนเอง ตอนที่ 2

อันเนื่องจากบทความการ DIY บรรจุน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นด้วยตนเองตามลิงค์ด้านล่างนี้คะ
http://www.vannaherb.com/b/57

ซึ่งทางร้านแนะนำให้ใช้ไซริงค์ดูดน้ำมันมะพร้าวมากรอกลงแคปซูลเปล่า ที่ผลิตจากแป้งข้าวเหนียว
เพื่อความประหยัดเงินจากแคปซูลนิ่มเจลาตินที่ขายตามท้องตลาด และ ป้องกันการรับประทานเจลลาตินนิ่มที่มาจากสัตว์   ซึ่งถ้าเราสามารถทำเองได้ ปลอกแคปซูลที่หาได้จะรู้ที่มา คือ มาจากพืช เหมาะสำหรับผู้ทานมังสวิรัติ หรือผู้รักสุขภาพ และเพื่อป้องกันการอืดในท้องเมื่อรับประทานมาก ๆ ด้วยคะ

จากการทดลอง
* การใช้ไซริงค์ขนาดเล็ก หรือ ขนาดใหญ่  มีปัญหาในการดูด และปล่อย เข้าแคปซูล เพราะมีความหนืดของน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นค่อนข้างมาก  เมื่อกดปล่อยทำให้ล้นบ้าง หกบ้าง

จึงปรับเปลี่ยนหาวิธีใหม่ที่รวดเร็วและสะดวกมากขึ้น

ขอแนะนำ --- แก้วพลาสติคตวงยา ซึ่งแก้วนี้ได้มาจากฝาขวดยาน้ำของลูก ๆ ค่ะ เค้าจะแถมมาในกล่องยาน้ำ  เพื่อสะดวกกว่าการตวงยาลงช้อนชาแบบเก่า  จะพบเห็นในกลุ่มยาน้ำอาหารเสริมมากกว่า กลุ่มยารักษาโรค   สามารถปรับเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น ๆ ได้ค่ะ เช่น ฝาขวดเครื่องดื่มต่าง ๆ ที่มีขนาดพอเหมาะ ไม่เล็กเกินไป ขนาดที่ใช้ประมาณ 10-15 มล.  กำลังเหมาะมือในการใช้  หน้าตาแก้วตามภาพด้านล่างคะ



ถ้าหาขวดบีบพลาสติก ขนาดเล็ก ๆ ยิ่งดีค่ะ เค้าจะมีปากแหลม ๆ เล็ก ๆ จะช่วยในการบีบได้ง่ายขึ้น แต่ห้ามใช้ขวดใหญ่นะคะ เพราะจะควบคุมปริมาณการไหลได้ยาก



วิธีการทำ
-  เทน้ำมันมะพร้าวลงแก้วสักประมาณ 10 มล. / หรือเทลงขวดเล็ก ๆ ที่มีปากแหลม ๆ คะ เอาที่ไม่มากเกินไป  ถ้าปริมาณๆ จะควบคุมการไหลยาก จะหกออกหมด
- ถ้าเป็นแก้วพลาสติคตวงยา  ให้แนบปากแก้วให้สนิทกับตัวปลอกแคปซูลเปล่า  เพื่อควบคุมการไหลไม่ให้หกออกนอกแคปซูล

- เมื่อกรอกเสร็จก็ปิดปลอกแคปซูล แล้วนำไปในกระปุก แช่ในตู้เย็นไว้รับประทานได้ตลอดค่ะ
ถ้าเก็บนอกตู้เย็นอาจจะเสี่ยงต่อการรั่วออกมาได้ง่ายขึ้น กรณีปิดปลอกไม่แน่น
ถ้าแช่ในตู้เย็น แช่ช่องธรรมดาก็พอ น้ำมันมะพร้าวในปลอกแคปซูล จะแข็งตัว เวลากินก็กินแบบแข็ง ๆ ไปเลยค่ะ   ไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นอันตรายกับร่างกาย   เพราะร่างกายคนเราอุณหภูมิ 37 องศาไม่มีวันแข็งตัวอุดตันร่างกายแน่นอน  

* อย่าลืมทำในที่ปิดมิดชิด ไม่มีลมพัด ทำความสะอาดมือ หรือใส่ถุงมือได้ยิ่งดี เพื่อควบคุมความสะอาดด้วยคะ

ขอนอกเรื่องนิดค่ะ............
สาเหตุของการอุดตันหลอดเลือดในร่างกาย   คือ   ความเหนียวหนืดของน้ำมันผ่านกรรมวิธีที่มีการแต่งเติมสารเคมีเข้าไป เมื่อเจอความร้อนนาน ๆ มักมีความเหนียวหนืด ชำระออกยาก  วิธีทดลองคือ  นำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น และ น้ำมันพืชผ่านกรรมวิธี  ใส่ฝาภาชนะเพียงเล็กน้อย นำไปตากแดด เมื่อเกิดความแห้งตัว ลองนำไปล้างออกดูด้วยน้ำเปล่า  จะรู้ว่าเมื่อเรากินทั้งสองอย่างเข้าไป อันไหนชำระออกง่ายกว่ากัน

คนเรากินน้ำมันพืชผ่านกรรมวิธีเข้าไปสะสมในร่างกายทุกวัน  และร่างกายเราก็มีความอุ่น ร้อน ไม่เคยเย็นลง จนกว่าจะตายลงไป  ดังนั้น น้ำมันทุกตัวถ้าย่อยไม่หมด ชำระออกไม่ได้  นั่นก็หมายความว่า มันจะหนืดติดระบบในร่างกายของเราต่อไปเรื่อย ๆ นั่นเอง   

และยังมีอีกหลายสาเหตุของการเกิดโรคต่าง ๆ ที่มาจากอาหารผ่านการปรุงแต่งเติมสารเคมีเข้าไปอีกมาก  ปัจจุบันมีการออกมาเผยแพร่อีกหลายชนิดของอาหาร เช่น อาหารในตู้แช่ กลุ่มเครือ่งดื่ม ต่าง ๆ ที่มีการแต่งเติมสารให้ความหวานเข้าไปก็เช่นกัน   ไม่ใช่อาหารกลุ่มไขมันเท่านั้น  อาหารเพื่อการค้าเมื่อต้องผลิตจำนวนมาก ๆ สนองต่อผู้บริโภคจึงหาวิธีการผลิตที่เก็บได้นาน ประหยัดต้นทุนมาใช้  จึงเป็นที่มาของอาหารแฝงโรคในปัจจุบัน

โอกาสหน้าจะมากล่าวต่อไปค่ะ

วันนี้คงได้ไอเดียการทำแคปซูลน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นไว้รับประทานเองแล้วใช่มั้ยค่ะ
ขอให้ทุกคนอดทน เลือกสิ่งที่ดีก่อนรับประทาน  ถ้าเราใจเย็นลง เราก็จะเห็นของที่มีค่าด้วยปัญญาค่ะ   


--------------------------
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
vannaherb@gmail.com
line id ::   vannaherb


วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

update ภาพสินค้าในปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์จากน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ที่มีการเปลี่ยนแปลงฉลาก และขวด ของร้านเรา www.vannaherb.com

แชมพู/ครีมนวด 250 มล.


น้ำมันมะพร้าวสำหรับปรุงอาหาร 1 ลิตร



น้ำมันทาผิวจากน้ำมันมะพร้าวผสมน้ำหอม ฉลากสีฟ้า
 ปรับเพิ่ม 50 มล. เป็น 60 มล.


น้ำมันทาผิวจากน้ำมันมะพร้าวผสมน้ำหอม ฉลากสีชมพู
 ปรับเพิ่ม 50 มล. เป็น 60 มล.



สบู่ก้อนใยบวบขมิ้น-มะขาม - น้ำผึ้ง 100 กรัม
มีการปรับฉลากด้านหน้า




โลชั่น น้ำมันมะพร้าวผสมกลิ่นน้ำหอม ขนาด 100 กรัม
กลิ่น happy in bloom ฉลากสีชมพู 
และ กลิ่น sweet almond ฉลากสีฟ้า
ปรับเปลี่ยนขวดตามรูป




สบู่ก้อนน้ำมันมะพร้าว 100 กรัม
ปรับฉลากด้านหน้าใหม่


ลิบบาล์ม กลิ่นส้ม ผสมน้ำมันเปลือกส้ม และ โรสฮิปออยล์
12 กรัม 



ครีมหมักผมจากน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น 
250 กรัม ราคา 250 บาท 
ปรับฉลากตามรูป



หากท่านใดสนใจเป็นตัวแทนจำหน่ายแบบไม่สต็อคสินค้า Dropship หรือซื้อราคาส่ง 
ติดต่อ vannaherb@gmail.com
หรือ line id  ::  vannaherb


ครีมน้ำมันมะพร้าว จากน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น VANNA coconut oil CREAM -- net 50g. สำหรับผิวหน้า ผิวกาย ไม่มีส่วนผสมของสีและน้ำหอม สามารถใช้กับเด็กได้ เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย ขนาด 50 กรัม ราคาปลีก 120 บาท





ครีมน้ำมันมะพร้าว จากน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น  
VANNA coconut oil CREAM  --  net 50g.
สำหรับผิวหน้า ผิวกาย  ไม่มีส่วนผสมของสีและน้ำหอม
สามารถใช้กับเด็กได้ เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย
ขนาด 50 กรัม  ราคาปลีก 120 บาท 

คุณสมบัติ
-บำรุงผิวและลดความแห้งกร้านของผิวหน้าและผิวกาย
-ช่วยกักเก็บน้ำหล่อเลี้ยงผิว
-เป็นสารบำรุงวิตามินอีธรรมชาติจากน้ำมันมะพร้าว และมอยเจอร์ไรเซอร์ธรรมชาติให้ผิวหนัง
-สูตรเข้มข้น ซึมซาบได้เร็ว 
-ใช้ได้ทุกส่วนของร่างกาย ศรีษะจรดปลายเท้า
-ใช้ได้กับทุกสภาพผิว แม้ผิวแพ้ง่าย
-ผิวกระชับ รูขุมขนเล็กลง ด้วยหลักการถ่ายเทความชุ่มชื้นจากภายนอกสู่ภายใน ลดปัญหาสิว
-ใช้กับเด็กทารกป้องกันผื่นผ้าอ้อม และทาร่างกายได้ปลอดภัยไม่มีกลิ่นและสีของเคมี
-ใช้กับผู้เป็นโรคผิวหนังกลาก เกลื้อน  สะเก็ดเงิน  ลดอาการคันและฆ่าเชื้อได้อ่อน ๆ บนผิวได้
-ไม่ผสม สีและกลิ่นใด ๆ ใช้ส่วนผสมน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นออแกนิค 100%
-ด้วยส่วนผสมของน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นเข้มข้น ช่วยต้านอนุมูลอิสระได้ดี มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคบนผิวหนัง
-ใช้ทาหลังการโกนหนวด โกนขน ทั้งชายและหญิง
-ใช้เป็นสารหล่อลื่นพื้นฐานในการนวดผ่อนคลายร่างกายได้
-มีเลขจดแจ้ง และเอกสาร certificate of free sale สำหรับการรับรองเพื่อส่งออก

ข้อควรระวัง
-ควรเก็บรักษาไว้ในอุณหภูมิห้อง ไม่ร้อนเกินไป เพราะอาจจะทำให้เสื่อมคุณภาพ
-ระวังอย่าให้เข้าปากและตา สำหรับใช้ภายนอกเท่านั้น

เงื่อนไขการขายส่ง
• ซื้อสินค้า 12 ชิ้น/รายการ ลด 30% 
• ซื้อยอดคละยอดกับรายการอื่น  ๆ
 5000 บาท ลด 30% 
10,000 บาท ลด 40% 
มีค่าจัดส่งเพิ่มเติมสำหรับรายการขายส่ง

ยกเว้นรายการต่อไปนี้ไม่นำมารวมราคาเพื่อคำนวนส่วนลด
- สินค้าชุดประหยัด หรือ รายการสินค้าที่มีส่วนลดแล้ว ให้ใช้ราคาปลีกในการทำส่วนลดคะ
อ้างอิงตามตารางรายการสินค้า

Wholesale conditions
• Buy 12 pieces per items discounted 30%.
• 5000 baht purchase -- discount 30%.
And 10,000 baht --- discount 40%.

*รับสมัครตัวแทนจำหน่ายแบบไม่สต็อคสินค้า Dropship ทั่วประเทศ ขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ด้านล่างนี้คะ
สอบถาม / สั่งซื้อ 

วันจันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2558

ท้องอยู่ ...อยากกินน้ำมันมะพร้าว กินได้ไหม ตั้งครรภ์อยู่... อยากกินน้ำมันมะพร้าว กินได้ไหม



ท้องอยู่ ...อยากกินน้ำมันมะพร้าว กินได้ไหม
ตั้งครรภ์อยู่... อยากกินน้ำมันมะพร้าว กินได้ไหม

วันนี้มีคลายข้อข้องใจ เกี่ยวกับน้ำมันมะพร้าวมีส่วนต่อทารกในครรภ์อย่างไร
คนท้อง หรือ คนตั้งครรภ์ สามารถกินน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นได้คะ
ไม่มีผลอันตรายใด ๆ ยกเว้น การทานมากเกินไป จะทำให้ท้องระบาย

ดังนั้นการรับประทานควรทาให้เหมาะสม ไม่มากเกินไป
อัตราส่วนที่แนะนำในการรับประทานคือ 1 ข้อนชา-2 ช้อนโต๊ะ

หากมีการระบายท้องมากเกินไป (ถ่ายอุจจาระบ่อย) ให้ลดอัตราส่วนการกิน
เหลือเพียง 1-2 ช้อนชาก็พอค่ะ  สามารถกินได้ 3 เวลา ก่อน-หลังอาหารก็ได้
เพราะการกินหลังอาหารไม่ผิดอะไร  เป็นการให้สารอาหารแก่ทารกในครรภ์ได้
เช่นกัน

สารอาหารประโยชน์ในน้ำมันมะพร้าวดีต่อหญิงตั้งครรภ์ ช่วยอะไรได้บ้าง
* ไขมันชนิดดี สร้างกล้ามเนื้อ และมวลกระดูก บำรุงสมอง สารอาหารจำเป็น
ถูกย่อยและนำไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว เพราะเป็นโมเลกุลย่อยง่าย
* สารต้านอนุมูลอิสระ สร้างภูมิคุ้มกันโรคต่าง ๆ ครบวงจร
* ช่วยระบายท้องสำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่ท้องผูกจากการกินยาบำรุง
* ช่วยในการย่อยอาหารได้ดี ลดการเกิดเบาหวานในหญิงตั้งครรภ์
* นอกจากนี้ใช้ทาผิวได้อีกด้วย ป้องกันการแตกลายของท้องที่ขยายขึ้น
ควรทาตั้งแต่อายุครรภ์น้อย ๆ และทาผิวจนหลังคลอด เพื่อการปรับผิวไม่เหี่ยวย่น
* เด็กร่างกายตัวสะอาด ไม่แห้งแตก เพราะไขมันช่วยในการเคลือบผิวหนัง
ทารกให้ชุ่มชื้น ซึ่งสารต้นทางมาจากมะพร้าว ย่อมดีกว่า ทานน้ำมะพร้าวอย่างเดียว
(มีความเชื่อว่า หญิงตั้งครรภ์กินน้ำมะพร้าวแล้วเด็กตัวสะอาด)
* น้ำหนักตัวของแม่ตั้งครรภ์ ไม่มากเกินไป น้ำหนักหลังคลอดลดลงได้ไว
เพราะสารอาหารจำเป็นทารกนำไปใช้ได้ครบ
* กินน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นต่อเนื่อง หลังคลอด ช่วยให้มีสารอาหารในน้ำนม
มารดาที่เต็มไปด้วยสารต้านภูมิคุ้มกัน


สามารถคลิกอ่านเอกสารวิชาการเพิ่มเติม หรือดาวน์โหลดได้ฟรีที่
* ลิงค์ดาวน์โหลดเอกสารวิชาการจากหน้าเวบไซด์
 http://goo.gl/X7nOUL

ดูรายละเอียดเพิ่มและคลิกซื้อสินค้าได้ที่
www.vannaherb.com
LINE : vannaherb
vannaherb@gmail.com
www.facebook.com/vannaherb

วันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2558

ประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าว เพื่อความสวยงาม มีอะไรบ้าง



ดาราชั้นนำต่างชาตินิยม  น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น  เป็นอย่างมาก
ในต่างประเทศเป็นสิ่้งที่หาใช้ได้ยาก ต้องนำเข้าจากโซนเอเชีย
เนื่องจากน้ำมันมะพร้าวขึ้นอยู่ที่เขตร้อนชื้น

อย่าตกเทรนนะคะ...ของใกล้ตัวอย่าปล่อยไร้ประโยชน์
โดยที่ไม่ต้องขวนขวายหาเครื่องสำอางค์แพง ๆ มาใช้

ประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าว เพื่อความสวยงาม มีอะไรบ้าง
*บำรุงผิวหน้า ล้างเครื่องสำอางค์แทนโทนเนอร์
*ล้างแปรงแต่งหน้า เพื่อแปรงนุ่มและสะอาด โดยการหยดสบู่ผสมน้ำมันมะพร้าว
แล้วล้างให้สะอาด
*อมบ้วนปาก ดับกลิ่นปาก เทคนิคออยล์พูลลิ่ง ต้านเชื้อรา ช่วยให้ฟันขาวสะอาดขึ้น
*เป็นยาสีฟันได้ โดยนำน้ำมันมะพร้าวผสมกับเบกกิ้งโซดา เพื่อฟันขาวขึ้น อยากได้กลิ่น
ไหนก็ผสมเอสเซนเชียลออยล์ ตามชอบได้เลย
*น้ำมันมะพร้าวกำจัดเหาได้ ดีกว่าเอาเคมีกำจัด ปลอดภัยจากสารพิษ
*หมักผม เพื่อผมนุ่ม ลดการขาดหลุดร่วง โดยหมักก่อนสระผม 30 นาที
*แทนครีมมอยเจอร์ไรซ์เซอร์ บำรุงผิว นวดแทนน้ำมันนวด ชอบกลิ่นไหนก็หาซื้อ
กลิ่นน้ำหอมธรรมชาติผสมลงไป
*ใช้บำรุงเล็บ แทนวาสลีนอื่น ๆ ทาก่อนทำเล็บ หลังอาบน้ำทุกวัน เล็บจะไม่แตกแห้งไม่เหลือง
*บำรุงหน้า พวกถุงใต้ตา แทนเซรุ่ม แตะลงผิวหน้าเล็กน้อย บำรุงผิวหน้าแทน
เครื่องสำอางค์แพง ๆ ยามค่ำคืนได้อย่างดี
*ทาผิวหน้าท้องสำหรับหญิงตั้งครรภ์ ลดการแตกลายบนหน้าท้อง ต้นแขนต้นขา
*ใช้สคลับขัดผิว โดยนำน้ำมันมะพร้าวผสมกับเกลือ หรือ น้ำตาล อัตราส่วนเท่าๆ กัน
ผสมกลิ่นเอสเซนเชียลตามต้องการได้คะ
*ใช้เป็นสเปรย์ระงับกลิ่นกาย ผสมน้ำมันมะพร้าว + เบกกิ้งโซดา +เชียบัตเตอร์+แป้งท้าวยายม่อม
+กลิ่นธรรมชาติที่ต้องการ  แล้วรอให้แห้ง  สามารถทดแทนสารส้มดับกลิ่นกายได้
*หยดน้ำมันมะพร้าวลงโลชั่นเดิม หรือ ครีมบำรุงผิวเดิม เพื่อเพิ่มวิตามินอีธรรมชาติ
เข้าไป เพื่อลดผิวแห้งได้ดี ทำให้ผิวแห้ง ๆ ดีขึ้นมาก



ดูรายละเอียดเพิ่มและคลิกซื้อสินค้าได้ที่
www.vannaherb.com
LINE : vannaherb
vannaherb@gmail.com
www.facebook.com/vannaherb




วันพุธที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2558

เปิดรับสมัครตัวแทนจำหน่าย Dropship น้ำมันมะพร้าว ไม่ต้องสต็อคสินค้า เริ่ม 14-1-58 นี้เป็นต้นไป


ข่าวดี...........
ทางร้านเปิดรับตัวแทนจำหน่ายแบบไม่ต้องสต็อคสินค้า ผลิตภัณฑ์จากน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น

เปิดรับสมัครตัวแทนจำหน่าย Dropship น้ำมันมะพร้าว ไม่ต้องสต็อคสินค้า เริ่ม 14-1-58 นี้เป็นต้นไป

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ลิงค์ด้านล่างนี้คะ
http://www.vannaherb.com/article/36

วันศุกร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2558

น้ำมันมะพร้าว กับ เครื่องสำอางค์

น้ำมันมะพร้าว กับ เครื่องสำอางค์
น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น  ในปัจจุบันถูกนำมาเป็นส่วนผสมสำคัญในการผลิตเครื่องสำอางค์
เช่น สำหรับเส้นผม สำหรับใบหน้า ซึ่งประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าวนั้นมีคุณสมบัติทำให้นุ่ม
ชุ่มชื้น เป็นการถนอมและบำรุงได้อย่างดี
แต่ที่ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ไม่มีกลิ่นหืน และไม่มีกลิ่นมะพร้าว เนื่องจากมีการคัดแยกสารสำคัญ
ออกมาใช้เพียงบางส่วนค่ะ

ปกติจะตัดเฉพาะ ส่วนประกอบ C8 , C10 หรือ ไตรกรีเซอไรด์แบบสายโซ่ยาวปานกลาง
ไปใช้นั่นเอง  แล้วนำไปผสมกับส่วนประกอบพวก Glycerine เพื่อไม่ให้ผิวเหนอะหนะ
และมีความนุ่มลื่นกับผิวมากขึ้น

เห็นไหมว่าน้ำมันมะพร้าว มีคุณสมบัติ หลากหลายด้านจริง ๆ 
ซึ่งไม่จำเป็นต้องไปหาซื้อผลิตภัณฑ์จากท้องตลาดแพง ๆ มาใช้อีกต่อไป
ปกติน้ำมันมะพร้าว จะมีส่วนประกอบของกรดไขมัน วิตามิน มีสารอาหารครบถ้วน
ดีต่อการรับประทาน และใช้สำหรับเครื่องสำอางค์แบบแฮนด์เมดได้ดีเลยคะ

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ที่ไม่ถูกตัดทอนสารไขมัน จะมีคุณสมบัติสารอาหารมากกว่า
เครื่องสำอางค์ตามท้องตลาดมากกว่า 50% เลยทีเดียวค่ะ  อย่าพึ่งเชื่อค่ะ ทดลองนำ
น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น มานวดผิวหน้า ผิวกาย สัก 10-20 นาที คุณจะรู้สึกว่าผิวนุ่มชุ่มชื้น
มากกว่า และยาวนานกว่าโลชั่นทั่วไป 

หลายคนเริ่มอยากหันมาลองใช้แล้วใช่ไหมค่ะ...
การใช้ในแต่ละด้านก็ควรมีเทคนิคในการใช้นะคะ  เพื่อให้ได้ผลที่ชัดเจน
เช่น  
*การนำมารับประทาน ก็ควรดูมาตรฐาน อย. รับประทานก่อนอาหารเห็นผลดีที่สุด
*การนำมาทาผิว ควรนำมาทาหลังอาบน้ำตัวเปียกหมาด ๆ แล้วเช็ดตัวให้แห้ง ช่วยให้
ผิวนุ่ม และไม่เหนียวเหนอะหนะ ซึมซาบได้เร็ว หากต้องการแบบมีกลิ่นหอม ก็เลือก
น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นชนิดผสมกลิ่นตามชอบได้ค่ะ (ทางร้านมีจำหน่ายด้วยนะคะ)
* การนำมาปรุงอาหาร ก็มีเทคนิคดับกลิ่นมะพร้าวค่ะ คือผสมมาการีน หรือเนยสด 
เวลาปรุงอาหารเข้าไปเล็กน้อย เพื่อดับกลิ่นมะพร้าวไม่ให้กวนกลิ่นอาหาร
* การนำมาเป็นน้ำมันนวดตัว เพื่อเป็นน้ำมันพื้นฐาน ก็ควรเลือกกลิ่นน้ำหอมจากการสกัด
จากธรรมชาติเท่านั้น
* การนำมาหล่อลื่นทางเพศ ควรเลือกใช้ น้ำมันมะพร้าว แบบไม่ผสมกลิ่น ชนิดรับประทาน
เท่านั้น ลดการแพ้ของเคมี น้ำหอมต่าง ๆ 
* การนำมาทาหน้า เพื่อบำรุงผิวหน้า นวดหน้า สปาหน้า ควรเลือกใช้เกรดรับประทานเท่านั้น

สนใจสินค้า น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น แบบรับประทาน แบบทาผิว
ช่องทางสั่งสินค้า/สอบถาม/ขอใบเสนอราคา -->
* คลิกซื้อผ่านหน้าเวบ www.vannaherb.com เป็นช่องทางที่สะดวก และชัดเจนที่สุด
* ส่งข้อความจากเมนู "ติดต่อเรา" จากหน้าเวบไซด์ www.vannaherb.com
* inbox ที่ www.facebook.com/vannaherb
* Line id :   vannaherb
* Email : vannaherb@gmail.com
* ไม่รับการสั่งซื้อ/สอบถามทางโทรศัพท์ เนื่องจากไม่มีหลักฐานในการติดตามงาน 
กรณีส่ง sms หลักฐานในการโอนชำระ กรุณาส่งข้อความไปที่ 081-658-3016

วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2558

การลดกลิ่นมะพร้าว ในน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น มีประโยชน์ต่อร่างกายมาก สามารถกินสด ๆ หรือนำไปปรุงอาหารคาวหวานแทนน้ำมันพืชท้องตลาดได้ แต่ติดที่กลิ่นมะพร้าวในน้ำมันมักจะไปกวนกลิ่นอาหาร ทำให้กลิ่นอาหารไม่น่ารับประทาน

วิธีดับกลิ่น "น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น"
* ให้ใส่เนยเทียมมาการีนหรือเนยสด ผสมลงไปในกระทะ หรือขณะปรุงด้วยจะช่วยลดกลิ่นมะพร้าวได้ค่ะ ให้ใช้มาการีนผสม ปริมาณ 1 ช้อนชา/การปรุงอาหาร 1 จาน หรือทดลองสัดส่วนจนได้กลิ่นที่น่าพอใจค่ะ

หากท่านใดไม่อยากวุ่นวายต่อการผสมลงไป  ขอแนะนำน้ำมันมะพร้าวสำหรับปรุงอาหาร
ที่ปราศจากกลิ่นมะพร้าว เพราะผ่านกระบวนการสกัดผ่านก๊าซไนโตรเจน
สนใจสินค้าของทางร้านสามารถเข้าดูได้ที่เวบไซด์
www.vannaherb.com





ช่องทางสั่งสินค้า/สอบถาม/ขอใบเสนอราคา -->
* คลิกซื้อผ่านหน้าเวบ www.vannaherb.com เป็นช่องทางที่สะดวก และชัดเจนที่สุด
* ส่งข้อความจากเมนู "ติดต่อเรา" จากหน้าเวบไซด์ www.vannaherb.com
* inbox ที่ www.facebook.com/vannaherb
* Line id : vannaherb
* Email : vannaherb@gmail.com
* ไม่รับการสั่งซื้อ/สอบถามทางโทรศัพท์ เนื่องจากไม่มีหลักฐานในการติดตามงาน
กรณีส่ง sms หลักฐานในการโอนชำระ กรุณาส่งข้อความไปที่ 081-658-3016

น้ำมันมะพร้าว นอกจากใช้รับประทานแล้วยังใช้งานด้านอเนกประสงค์ทุก ๆ ด้านได้อย่างดีค่ะ วรรณะสมุนไพรจึงขอแนะนำทางเลือกในการใช้งานด้านต่าง ๆ เพื่อประโยชน์สำหรับลูกค้า

น้ำมันมะพร้าว  นอกจากใช้รับประทานแล้วยังใช้งานด้านอเนกประสงค์ทุก ๆ ด้านได้อย่างดีค่ะ วรรณะสมุนไพรจึงขอแนะนำทางเลือกในการใช้งานด้านต่าง ๆ เพื่อประโยชน์สำหรับลูกค้า


- ใช้สำหรับทำความสะอาดและชักเงางานไม้ , งานเครื่องหนัง , งานโลหะ เคลือบป้องกันสนิม , ใช้เป็นน้ำมันหล่อลื่นเครื่องจักร , ขจัดคราบกาวเหนียว ฯลฯ
ด้วยคุณสมบัติของวิตามินอี ในน้ำมันจะช่วยเครื่องหนังให้นุ่มและไม่แตกง่าย และเป็นการทำความสะอาดคราบสกปรกได้ดีไปในตัว งานนี้คนรักเครื่องหนังได้ใช้ประโยชน์แน่ ๆ คะ ที่สำคัญไม่เหม็นกลิ่นเคมีที่ใช้สำหรับเครื่องหนังอีกด้วย แต่จะมีกลิ่นมะพร้าวอ่อน ๆ แทน

ส่วนเกี่ยวกับงานไม้ ที่ได้รับคำแนะนำมาคือ เอาไปขัดเงาฝักมีดเหน็บ ทั้งด้ามและฝัก ใบมีด  งานนี้ก็ถูกใจสาวกอาวุธ ของสะสม ได้อีกทางด้วยคะ  น้ำมันมะพร้าว ยังมีประโยชน์ในการหล่อลื่นเครื่องจักร เล็ก ๆ น้อย ๆ ภายในบ้านได้อีกค่ะ เช่น เฟืองหน้าต่าง ลูกบิด เฟืองเหยียบที่ปั่นม็อบ จักรเย็บผ้า และอื่น ๆ อีกมากมาย

ซึ่งก่อนหน้านี้ทางด้านลูกค้าได้แนะนำกันเข้ามาคะ  เลยมาแบ่งปันคุณลูกค้า เพื่อเป็นทางเลือกในการใช้ในบ้านค่ะ อย่างไรก็ดี หากต้องการนำไปใช้ด้านอื่น ๆ จากขวดใหญ่ แนะนำให้หาขวดเล็ก ๆ แบ่งไว้ใช้ด้านต่าง ๆ คะ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากขวดใหญ่ ซึ่งปกติขวดใหญ่ ๆ จะเน้นไว้สำหรับการรับประทาน  จะได้ถนอมคุณภาพไว้ได้นาน ๆ นะคะ

และนี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่ง ที่ทาง วรรณะสมุนไพร ได้จัดจำหน่ายน้ำมันมะพร้าว ขนาด 30ml. ไว้ด้วย โดยเน้นสำหรับการแบ่งไว้รับประทาน พกพาง่าย หรือ แบ่งไว้ใช้งานอื่น ๆ ได้สะดวกขึ้น
และ น้ำมันมะพร้าว ยังมีประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย

ขวดเดียวในบ้าน แต่มีประโยชน์หลายด้าน

บทความโดย ..วรรณะสมุนไพร
www.facebook.com/vannaherb
www.vannaherb.com


วันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2556

น้ำมันมะพร้าว มาเป็นครีมทาหน้า ทาผิวแทนโลชั่น น้ำมันมะพร้าวดีกับผิวหนังอย่างไร

น้ำมันมะพร้าว มาเป็นครีมทาหน้า ทาผิวแทนโลชั่น  น้ำมันมะพร้าวดีกับผิวหนังอย่างไร

น้ำมันมะพร้าว นิยมนำมาเป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางค์บำรุงผิวหลายยี่ห้อ เนื่องจากวิตามินอีจากธรรมชาติของน้ำมันมะพร้าวมีมาก  วิตามินอีจากน้ำมันมะพร้าว มีส่วนช่วยบำรุงผิวหนังให้ชุ่มชื้นยาวนานและผิวนุ่มขึ้น ลดรอยแผลเป็น ได้อย่างดีเยี่ยม

เมื่อออกมาเป็นครีมทาหน้า    น้ำมันมะพร้าวเมื่อผสมออกมาเป็นเครื่องสำอางค์บำรุงผิวหน้า  จะคงเหลือวิตามินอีลดลงจากอัตราส่วนของน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น 50% เนื่องจากอัตราส่วนผสมของครีมบำรุงผิวนั้น ๆ มีส่วนผสมอื่น ๆ อีกหลายชนิด บ้างผสมสารหน้าขาว ผสมกรดผลไม้เพื่อผลัดผิว ซึ่งแล้วแต่สูตรของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น  ทาหน้า  โดยตรงดีกว่า ครีมทาหน้าที่มีส่วนผสมของน้ำมันมะพร้าว
น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นเมื่อนำมาทาหน้าจะมีวิตามินอีสูง ทำให้หน้าได้รับสารอาหารและเห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ โดยไม่มีผลข้างเคียงที่ทำให้ผิวเสียหาย เพราะเป็นสารต้นทางจากธรรมชาติ ข้อเสียคือ มีความมันและเหนียวจากน้ำมันนั่นเอง

เทคนิคในการทาหน้าด้วยน้ำมันมะพร้าว
หลายคนบอกว่าเคยนำน้ำมันมะพร้าวมาทาผิว ทาใบหน้าแล้วรู้สึกเหนอะหนะ ไม่สบายผิว ทาแล้วรู้สึกคัน ทาแล้วรู้สึกสิวขึ้นมากกว่าเดิม ซึ่งบางครั้งผู้ใช้อาจจะใช้ไม่ถูกวิธีค่ะ
* ควรทาหน้า ด้วยน้ำมันมะพร้าว ในการบำรุงผิว ควรทาหลังจากล้างหน้าสะอาดแล้ว
* นวดหน้าด้วยน้ำมันมะพร้าว 10-20 นาที เพื่อให้ซึมสู่ผิวหนัง และผลัดสิ่งสกปรกออกจากผิว
* เช็ดล้างน้ำมันมะพร้าวรอบนึงก่อนเพื่อล้างสิ่งสกปรกที่อุดตันใบหน้ามานาน ด้วยสำลีชุบน้ำหมาด ๆ หรือชุบด้วยน้ำเกลือเช็ดแผล
* นวดหน้าด้วยน้ำมันมะพร้าว รอบ 2 เพื่อบำรุงผิวให้นุ่มยิ่งขึ้น 10-20 นาทีหลังจากเช็ดล้างหน้าด้วยน้ำมันออกรอบแรก
* หลังจากนวดหน้าเสร็จแล้วทุกครั้งไม่ควรปล่อยหน้ามัน ๆ แล้วนอนหลับค้างคืน อาจเป็นสาเหตุของสิว เพราะหน้าที่มันมักจะซึมซับเศษฝุ่นจากละอองและใยผ้าได้มาก ทำให้เป็นสาเหตุของสิวได้ ควรเช็ดหน้าล้างคราบมันตกค้างจากน้ำมันมะพร้าวออกด้วยสำลีชุบน้ำหมาด ๆ หรือน้ำเกลือล้างแผล แล้วบำรุงผิวหน้าตามปกติ  และควรตบท้ายด้วยแป้งฝุ่นเพื่อหน้าเบาสบายไม่มันเกินไป

เพียงเท่านี้ก็จะได้หน้าที่สะอาด และใสขึ้นทุก ๆ วัน แบบไม่ต้องพึ่งครีมบำรุงผิวแพง ๆ เลยค่ะ เพราะน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น มีวิตามินอีสูงกว่าครีมบำรุงผิวในท้องตลาด 30-60% เลยก็ว่าได้ หากคุณสังเกตุส่วนผสมข้างกล่องที่แจ้งอัตราส่วนประกอบก็จะทราบได้

ประสบการณ์จากลูกค้า เล่าสู่กันฟัง
มีลูกค้าหลายท่านเล่าเรื่องการนำน้ำมันมะพร้าวมาใช้กับผิวหนัง  พอสรุปดังนี้คะ

*  ใช้น้ำมันมะพร้าวทาหน้า แรก ๆ ก็สิวขึ้นมากกว่าเดิม แต่ทนใช้ไปเรื่อยๆ แบบไม่รู้ไม่ชี้ ปรากฏว่าสิวหาย หน้าใสกว่าเดิม เพราะช่วงแรกเหมือนผิวมีการปรับตัวเล็กน้อย หลังจากนั้นรูขุมขนเริ่มเล็กลง และสิวก็หายอักเสบ
*  นำน้ำมันมะพร้าวมาทาหน้า ก่อนนอนทุกคืน เพื่อบำรุงผิว และเช็ดล้างเครื่องสำอางค์ 2 รอบ หน้าสะอาด ลดริ้วรอยกร้านจากการแต่งหน้าทุกวันได้ดีมาก
*  นำน้ำมันมะพร้าวมาทาผิวหน้า และร่างกายหลังจากอาบน้ำเสร็จใหม่ ๆ แบบตัวเปียกหมาด ๆ ทำให้ผิวแห้ง ๆ จากการชอบอาบน้ำอุ่นถึงร้อนจัด ชุ่มชื้นขึ้น ไม่ต้องทาผิวด้วยโลชั่น และครีมบำรุงผิวเลย ประหยัดเงิน และไม่เสี่ยงต่อผลข้างเคียงของสารสเตรียรอยด์ของเครื่องสำอางค์ที่เป็นข่าวกันตอนนี้
* ทาหน้าด้วยน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น เฉพาะก่อนนอนจะดีกว่าทาหน้าก่อนออกจากบ้าน ไม่ทำให้เหนียวเหนอะหนะเกินไป  เป็นคลีนซิ่งที่ดีกว่าท้องตลาดที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์
* การนำน้ำมันมะพร้าวทาผิวร่างกาย และใบหน้ามักมีอาการคันยิบ ๆ ในช่วงแรก เพราะผิวแห้งมาก หลังจากใช้ไปสักระยะ ผิวเริ่มมีความชุ่มชื้นขึ้น ไม่ตกสะเก็ดและไม่คันเหมือนตอนแรกแล้ว (เพราะหลักการถ่ายเทความชื้นภายนอกเข้าสู่ผิวมักจะทำให้ผิวคันยิบ ๆ ในช่วงแรก หากภายในชุ่มชื้นและภายนอกชุ่มชื้นก็จะสมดุล รักษาน้ำหล่อเลี้ยงไว้ใต้ผิวได้ดีขึ้น)
* นำน้ำมันมะพร้าวพกติดตัวไปนวดอโรม่า นวดน้ำมันกับร้านสปานอกบ้าน ช่วยผิวที่แพ้น้ำมันนวดตามท้องตลาดหายไป และได้ผิวที่นุ่มชุ่มชื้นทั้งตัว
* นำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นมาผสมลงในครีมทาหน้าที่มีอยู่แล้วเล็กน้อยแล้วคนให้เข้ากันก่อนทาผิว ช่วยให้ครีมบำรุงผิวมีความชุ่มชื้นมากขึ้นและไม่เหนียวเหนอะหนะเกินไป เมื่อใช้น้ำมันมะพร้าวอย่างเดียว
* ใช้น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นผสมลงในครีมกันแดดเล็กน้อย ก่อนทาผิวออกแดดจัด เมื่อไปเที่ยวทะเล ทำให้ผิวไม่แห้งเกินไป และเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิวได้ดีกว่าเดิม
* นำน้ำมันมะพร้าวทาผิวหนังให้กับผู้สูงอายุที่มีผิวเหี่ยวย่น ช่วงแรกมีอาการคันยิบ ๆ ตามผิวหนัง เนื่องจากการถ่ายเทความชื้นภายนอกเข้าสู่ผิวหนังในช่วงแรก หลังจากนวดไปสักพัก และใช้ต่อเนื่องหลังอาบน้ำ ทำให้ให้ผิวหายคันและฟื้นฟูความชุ่มชื้นแก่ผิวที่เหี่ยวย่นได้ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
* นำน้ำมันมะพร้าวหยดลงอ่างอาบน้ำเด็กทารกแรกเกิดเล็กน้อย ในการอาบน้ำรอบสุดท้าย เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นผิวให้แก่ลูกน้อย โดยไม่ต้องกังวลเมื่อเข้าปาก เพราะไม่มีสารเคมี ปลอดภัยหายห่วง
* ผิวแพ้ง่าย เป็นลมพิษบ่อย มีอาการคันจากยุงกัดง่ายมาก ใช้น้ำมันมะพร้าวทาผิวนวดสักพัก อาการคันต่าง ๆ ก็หายลง และป้องกันยุ่งกัดได้อีกด้วย เหมาะสำหรับผู้ปฏิบัติธรรม เข้าป่า พื้นที่มียุงชุม ทากันยุง แก้คันได้มีมาก โดยไม่ต้องกังวลต่อกลิ่นเคมีที่จะมารบกวนประสาทสัมผัส
* ใช้น้ำมันมะพร้าวลดกลิ่น แก้อาการตกขาว สำหรับสตรี  โดยการนำมาฉีดเข้าช่องคลอด 2 ซีซี ก่อนนอน รักษาโรคตกขาว โรคติดต่อต่าง ๆ ลดกลิ่น ป้องกันมะเร็งปากมดลูก (อ้างอิงจากผลการทดลองจากงานวิจัย) ผลที่ได้รับดีมาก ไม่มีผลข้างเคียงต่อผิวหนังใด ๆ
* ใช้น้ำมันมะพร้าวในการลดอาการคันและโรคติดต่อทางผิวหนังสำหรับอวัยวะเพศชาย  สามารถลดกลิ่นและรักษาอาการคันได้ดี





วันพุธที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2556

บทความประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าว ถอดบทความจากคลิปวีดีโอเชิงวิชาการของ อ.รุจน์ (รายการของสันติอโศก)


บทความประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าว

ถอดบทความจากคลิปวีดีโอเชิงวิชาการของ อ.รุจน์ (รายการของสันติอโศก)

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น เป็นน้ำมันมะพร้าวที่ไม่ผ่านกรรมวิธี มีคุณสมบัติแตกต่างกันกับน้ำมันพืชชนิดอื่น ๆ ตามโครงสร้างของกรดไขมันของชนิดนั้น ๆ

น้ำมันถั่วเหลือง , น้ำมันทานตะวัน เป็นน้ำมันกรดไขมันที่ยังดีไม่พอ ส่วนน้ำมันทีดีขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง
คือน้ำมันรำข้าว และน้ำมันปาล์ม  เนื่องจากมีกรดไขมันอิ่มตัวและโอเมก้า6 เมื่อโดนความร้อนมักเปลี่ยน
รูปเป็นไขมันทรานส์ ซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็ง   กรณีต้องการลดกลิ่นธรรมชาติจากน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นสามารถนำน้ำมันดังกล่าวข้างต้นมาผสมกับน้ำมันมะพร้าวได้เช่นกัน  จะได้คุณสมบัติลดกลิ่นหืนไวและลดกลิ่นมะพร้าวธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ชอบกลิ่นมะพร้าว แต่ต้องเป็นน้ำมันสกัดเย็นเท่านั้น

โดยมีการจัดอันดับตามคุณประโยชน์จากโครงสร้างสารอาหารทีดีที่สุดคือ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น
รองลงมาคือน้ำมันมะกอกสกัดเย็น รองลงมาอีกคือ น้ำมันหมู  ฟังดูแล้วไม่น่าเชื่อ ว่าน้ำมันจากสัตว์
เช่น น้ำมันหมูจะดีกว่าน้ำมันถั่วเหลือง และน้ำมันทานตะวันด้วยซ้ำ โดยแบ่งตามกรดไขมันที่มีอยู่

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น และน้ำมันหมู  เมื่อโดนความร้อนแล้วมักหลุดออกจากภาชนะได้ง่ายกว่าน้ำมัน
ชนิดอื่น ๆ ซึ่งหมายถึงเมื่อเข้าสู่ร่างกายของเรา มันจะเกาะติดตามผนังลำไส้ทำให้เหนียวหนึบ สารอาหารไม่ซึมผ่าน และเซลส์ร่างกายเสื่อมสภาพ มีปัญหาตามมาของโรคต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ,เบาหวาน ทำให้กีดขวางการเดินของหลอดเลือดและสารอาหารส่วนการบริโภคน้ำมันมะพร้าว สามารถหลุดออกได้ง่ายเมื่อโดนน้ำเปล่า

กรณีโรคเบาหวาน ผู้ป่วยส่วนใหญ่ต้องบริโภคยา ซึ่งทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับไตตามมา กรณีมีการบริโภค
น้ำมันถั่วเหลือง หรือ น้ำมันทานตะวันเข้าไป มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับไตตามมาเสมอ ทางการแพทย์ของอเมริกาจึงได้แก้ปัญหาโดยการเติม กรดไขมันสายปานกลางเข้าไป ซึ่งอยู่ในน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นนั่นเอง หลักการนำมาแก้คือ เปลี่ยนวิธีในการรับประทานจากน้ำมันพืชผ่านกรรมวิธีทั้งหมด มาเป็นน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น มาทำอาหารแทนในชีวิตประจำวันทั้งหมด

อาการผู้ที่เป็นโรคไต คือ สังเกตุจากปัสสวะมักขุ่น มีฟอง เนื่องจากไตจะขับโปรตีนออกมาจากปัสสวะ แนะนำให้เปลี่ยนวิธีในการรับประทานน้ำมันพืชผ่านกรรมวิธีทั้งหมดเช่นกัน  ลดอาหารกลุ่มโปรตีนช่วงแรก ,รับประทานน้ำมันมะพร้าวก่อนอาหาร 1-2 ช้อนโต๊ะทุกวัน , ลดอาหารลดจัด เช่น เค็มจัด หวานจัด เปรี้ยวจัด  ซึ่งจะเห็นผลภายใน 2 อาทิตย์ จะมีอาการดีขึ้น

น้ำมันในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ แบบผ่านกรรมวิธี (ตามท้องตลาด) และแบบสกัดเย็นทั้งหมดความแตกต่างของน้ำมันสกัดเย็นเองก็มีความแตกต่างในการเลือกรับประทาน เนื่องจากมีโครงสร้างของไขมันแตกต่างกัน ทำให้การจัดเก็บรักษาภายใต้อุณหภูมิก็ย่อมแตกต่างกัน เพื่อให้คงคุณภาพสำหรับพร้อมใช้น้ำมันถั่วเหลืองสกัดเย็น เป็นน้ำมันที่เก็บรักษายากมาก ซึ่งไม่สามารถเก็บในอุณหภูมิห้องได้ ต้องเก็บเข้าตู้เย็นส่วนน้ำมันรำข้าวสกัดเย็น เป็นน้ำมันรองลงมาที่พอจะเก็บรักษาได้ง่ายขึ้น  ซึ่งน้ำมันดังกล่าวหายากมาก ในปัจจุบันจะเห็นน้ำมันสกัดเย็นจากน้ำมันมะพร้าวและน้ำมันงาเป็นส่วนมาก  อย่างไรก็ตามการเลือกซื้อน้ำมันสกัดเย็นเองควรมีหลักในการเลือก คือ  ควรเลือกน้ำมันที่ทนต่ออุณหภูมิสูง , ไม่มีการแต่งเติมสารกันหืน สารกันเสียไม่แต่งเติมสี ไม่แต่งเติมกลิ่น  ซึ่งน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นเองหลายยี่ห้อในท้องตลาดมักจะผสมกลิ่นหอมของมะพร้าวเข้าไป หรือกลิ่นต่าง ๆ ซึ่งกลิ่นเหล่านี้เป็นเคมี ทำให้มีผลต่อการย่อยของร่างกายเช่นกัน

ผลกระทบต่อการเติมกลิ่นเคมีในน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น  มีผลโดยตรงต่อตับ เพราะน้ำมันมะพร้าวไหลสู่ร่างกายเร็วมาก ทำให้ตับดักจับเคมีที่มีพิษในร่างกาย เคมีกลุ่มที่ให้กลิ่นหอมจัดเป็นสารพิษอย่างหนึ่งที่ตับต้องทำงานย่อยและขับออกจากร่างกาย  ดังนั้นการเลือกซื้อน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ควรเลือกแบบที่ไม่ผสมกลิ่นหอม หากมีกลิ่นหอมควรหลีกเลี่ยงใช้ภายนอกร่างกายเท่านั้น

วิธีสังเกตุน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นแบบไม่เติมกลิ่น คือ จะมีกลิ่นหอมของมะพร้าวเบา ๆ อ่อน ๆ หรือทดลองอมแล้วกลิ่นไม่ฟุ้งขึ้นจมูกมากเกินไป , ไม่มีกลิ่นเหม็นหืน ,ไม่มีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากน้ำมันมะพร้าวเต็ม ๆ ควรเลือกแบบไม่มีการผสมกลิ่นนะคะ

กรณีผู้มีมะพร้าวใกล้บ้าน สามารถทำน้ำมันมะพร้าวใช้ได้เองง่าย ๆ คะ
โดยการคั้นเอาแต่หัวกะทิ แล้วนำไปแช่ตู้เย็น ซึ่งไขมันมะพร้าวจะแยกชั้นลอยแข็งอยู่บนหน้าสุด
เวลาใช้ให้ตักเอาไขมันแข็ง ๆ มาใช้เท่าที่ต้องการ โดยตักไปใส่ในกะทะแล้วเคี่ยวด้วยความร้อนต่ำ ๆ
เมื่อไขมันแตกตัวก็สามารถนำมาใช้สด ๆ ได้เลย สามารถนำมาปรุงอาหารแทนน้ำมันพืชผ่านกรรมวิธี
ได้ทันที หรือนำมารับประทาน , ทาผิว ซึ่งจะได้กลิ่นหอมของมะพร้าวสด ๆ เลยคะ  หากต้องการดับกลิ่น
จากน้ำมันมะพร้าวเมื่อปรุงอาหารเกรงว่ากลิ่นจะทำให้อาหารมีกลิ่นเพี้ยนไป ให้เติมหอมหัวแดงเจียวไปด้วยหอมแดงจะช่วยให้กลิ่นมะพร้าวลดลง และเก็บรักษาได้นาน ไม่หืน ซึ่งวิธีนี้จะทำให้คุณมีน้ำมันพืชไว้ใช้เองโดยไม่ต้องไปซื้อน้ำมันพืชขวดมาใช้ ข้อดีคือเก็บรักษาได้นานด้วยคะ , หาได้ตามบ้าน สำหรับบ้านที่มีมะพร้าวอยู่แล้ว ยิ่งทำให้ได้คุณค่าทางอาหารจากของสด ๆ มากขึ้น ประหยัดค่าใช้จ่ายในบ้าน

หากต้องการเคี่ยวเก็บไว้ใช้นาน ๆ ก็ให้นำหอมแดงเคี่ยวลงไปด้วย เวลาจะใช้ก็นำมาใช้ได้สะดวก ไม่ต้องรอเคี่ยวใหม่สด ๆ ทุกครั้งไป แต่การเคี่ยวจะกลายเป็นน้ำมันมะพร้าวสกัดร้อน ทำให้วิตามินอีสูญหายไปส่วนหนึ่งควรเคี่ยวด้วยไฟต่ำ ๆ

กรดอัลฟ่าไลโปอิค (Alpha Lipoic Acid) มีในน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นมาก   เป็นสารต้านออกซิเดชั่นที่ทรงพลัง ในการต่อสู้กับอนุมูลอิสระ ที่ปรากฏอยู่ใน ไมโตคอนเดรีย (mitochondria) ภายในเซลล์ นักวิทยาศาสตร์บางคนเชื่อว่า อนุมูลอิสระภายใน ไมโตคอนเดรีย (mitochondria) มีบทบาทสำคัญในการทำให้คนแก่ตัวลง จึงตั้งทฤษฎีว่า ถ้าให้สารยับยั้งออกซิเดชั่น อย่างกรดไลโปอิค ก็น่าชะลอความแก่ได้ กรดไลโปอิค  ยังช่วยรีไซเคิลวิตามินอี และ วิตามิน ซี ให้กลับเป็นรูปเดิม หลังจากวิตามินอี และ วิตามินซี ไปล้างพิษอนุมูลอิสระเรียบร้อยแล้ว อีกทั้งยังมีหลักฐานว่า ช่วยลดความเสียหาย เวลาร่างกายมีน้ำตาลในเลือดมากไป ซึ่งอาจทำให้คนไข้เบาหวานดีขึ้น จากความสามารถที่เป็น Universal Antioxidant จึงทำให้ร่างกายสามารถดูดซึม กรดอัลฟาไลโปอิกเข้าสู่กระแสเลือดได้โดยง่าย ซึ่งจะช่วยในการกำจัดสารพิษที่อยู่ในร่างกายได้เป็นอย่างดี และ กรดอัลฟาไลโปอิกยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ
การทำงานของกลูตาไธโอน ซึ่งมีหน้าที่ขจัดสารพิษในตับ

ทำอย่างไรให้ได้กรดอัลฟ่าไลโปอิค เข้าสู่ร่างกายได้ผลดีที่สุด คือ การทานน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น 1 ช้อนโต๊ะคู่กับกระเทียม 2 กลีบ โดยนำมาตำบดให้ละเอียด เพื่อรับประทานสด ๆ  สามารถทำเก็บไว้เพื่อรับประทานได้ทุกวัน โดยเป็นไปตามอัตราส่วนที่กำหนด

ในประเทศไทยมีผลงานวิจัยของ สกว. เกี่ยวกับการใช้กรดอัลฟ่าไลโปอิค ในผู้ป่วยที่มีผลแทรกซ้อนในไต หรือออกซิเดชั่นในไต  ผู้ป่วยโรคไต หรือโรคเบาหวาน ปลายประสาทมักจะชา หรือผู้ป่วยโรคหนังแข็ง ส่วนใหญ่จะเกิดภูมิคุ้มกันบกพร่อง อ่อนเพลียง่าย ตัวบวม  หลังจากได้รับประทานแล้วมีอาการดีขึ้น 90%  ซึ่งสารสำคัญที่ทำให้ดีขึ้นคือ สารประกอบกลูต้าไธโอน ที่ได้จากการสังเคราะห์ของตับ ทำให้โรคต่าง ๆ ดีขึ้น ผิวหนังสดใสสว่างขึ้นร่างกายดูอ่อนเยาว์  ด้วยผลจากกรดไขมันตัวดีเข้าสู่ร่างกายนั่นเอง สำหรับสาว ๆ ปัจจุบันที่อยากขาวใส สามารถหาสารกลูต้าไธโอนจากธรรมชาติได้ง่าย ๆ ด้วยตนเองคะ

กรณีผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ และพาร์กินสัน หรือโรคที่เกิดจากการควบคุมจากสมองทั้งหมด
ซึ่งเกิดจากปลายประสาททำงานผิดปกติ หรือขาดสื่อในการทำงาน ซึ่งสมองคือไขมันส่วนมากที่ต้องอาศัยกรดไขมันมาบำรุงเช่นกัน  สาเหตุของการป่วย คือ เกิดจากการบริโภคน้ำมันพืชผ่านกรรมวิธี หรือที่มีโอเมก้า 6 มากซึ่งขาดโอเมก้า 3 ในตัวโอเมก้า6 ที่มากเกินไปจะเข้าไปเคลือบและหยุดการดูดซึม การทำงานของสมองเมื่อมีการบริโภคน้ำมันมะพร้าวเข้าสู่ร่างกาย และไหลสู่ตับ จะถูกเปลี่ยนเป็นสารคีโตน ซึ่งสารนี้เป็นสารอาหารสำคัญของสมอง

การออยล์พูลลิ่ง หรืออมน้ำมันมะพร้าวกลั้วกลอกในปาก ยังเป็นวิธีหนึ่งที่ ดร.บรูฟ ไฟฟ์ ได้เขียนบทความจากผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยการอมน้ำมันมะพร้าวนาน 3 เดือน และมีอาการหายจากโรคพาร์กินสัน และเบาหวานอย่างไม่น่าเชื่อ

ตัวอย่างผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ ที่มีอาการหนัก คือ มีนิสัยกลับกลายเป็นเด็ก ชอบขยำอุจจาระเล่น อาการก้าวร้าว ไม่ฟังใครโดยมีการนำน้ำมันมะพร้าวและขมิ้นชันมารับประทานคู่กัน ปรากฏว่าอาการดีขึ้น

โรคมะเร็งปากมดลูก
 โดยอาจารย์ได้ยกตัวอย่างผู้ป่วยที่มีอาการขั้นที่ 2 ได้รับการคีโมจากโครงการฟ้าหญิง ฯ
ซึ่งใช้เวลานานถึง 7 ชั่วโมงและมีอาการอักเสบ บวม  ทางอาจารย์จึงแนะนำให้ใช้น้ำมันมะพร้าวใส่สลิงที่ใช้ป้อนอาหารหรือสลิงดูดยาเด็ก ดูดน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น 2 ซีซี แล้วฉีดเข้าไปใสช่องคลอด ในตำแหน่งที่เป็นมะเร็ง ทุกคืนก่อนนอนเป็นเวลานาน 1 เดือน ปรากฏว่าอาการทุเลาขึ้นมาก ทำให้แผลดังกล่าวแห้งไว  หากต้องการเห็นผลไวให้รับประทานน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นควบคู่ไปด้วย

โรคกระเพาะปัสสวะอักเสบ
ก็มีการรักษาคล้ายกันคือ ฉีดน้ำมันมะพร้าวไปในช่องคลอด เพื่อชำระล้าง ,และรับประทาน
น้ำมันมะพร้าว และน้ำเปล่าบ่อย ๆ มาก  ๆ จะทำให้ขับออกได้ดีขึ้น

โรคเริม และตกขาว
เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง สามารถรับประทานน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ซึ่งมีโอเมก้า3 ในการยับยั้งไวรัสได้สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง คือ โอเมก้า 6 ซึ่งอยู่ในน้ำมันถั่วเหลือง และน้ำมันทานตะวัน , ช็อคโกแลต,ถั่วทุกชนิดยกเว้นถั่วแดงข้าวโพด ,งา ,เบียร์ ,เหล้า  ที่จะทำให้มีการอักเสบขึ้นมาก  วิธีการรักษาโดยการนำน้ำมันมะพร้าสกัดเย็นดูดใส่สลิงฉีดเข้าไปในช่องคลอด 2 ซีซี หากเป็นตกขาวมาก ควรหลีกเลี่ยงการทานแป้งและน้ำตาล เพราะจะเป็นอาหารของโรคตกขาว

โรคต่อมลูกหมาก
รักษาโดยใช้น้ำมันมะพร้าวและมะเขือเทศสีดา 3 ผล มายีในกระทะอุ่น ๆ ไม่ร้อนเกินไป ซึ่งในมะเขือเทศจะมีสารไลโคปีนซึ่งจะละลายได้ดีในน้ำมัน  การใช้น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นเป็นตัวดึงสารอาหารออกมา และตัวน้ำมันมะพร้าวมีฤทธิ์ในการหยุดการอักเสบของต่อมลูกหมาก  โดยรับประทานวันละ 1-2 ช้อนโต๊ะ ทุกวันจะทำให้อาการดีขึ้น

โรคภูมิแพ้
สาเหตุเกิดจากผนังลำไส้รั่ว ซึ่งมาจากการกินอาหารรสจัด หวานจัด เป็นต้น ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญ
ของเชื้อราคือแป้งและน้ำตาล ซึ่งต้องหยุดการรับประทานของเหล่านี้ และควรงดเว้นไขมันทรานส์,เนยขาว,นมวัว,ครีมเทียมแต่สามารถทานชีส,เนยแท้,โยเกริต,ผลผลิตจากวัวแต่ต้องผ่านกระบวนการหมักได้  แต่ควรเลี่ยงนมวัว เพราะมีโปรตีนตัวหนึ่งที่ร่างกายย่อยไม่ได้ อาการเมื่อทานเข้าไปมักจะท้องอืด มีลมในกระเพาะ ท้องป่องบวม เป็นต้นบางท่านแพ้มากมักมีอาการตัวบวม ซึ่งอาการเหล่านี้เกิดจากเป็นโรคภูมิแพ้ควรงดเว้นอาหารหวานจัด ,ยาแก้อักเสบ,เสตียร์รอยด์,ยาคุม,ยาแก้แพ้ ซึ่งทั้งหลายเหล่านี้จะมีผลต่อการทำลายแบคทีเรียตัวดีในร่างกาย  สิ่งที่ควรรับประทาน คือ โยเกริต์ , ผักผลไม้ ,น้ำมันมะพร้าว ซึ่งจะมีกรดไขมันสายปานกลาง ทำให้วิตามินบีเพิ่มขึ้น วิตามินบี 5 เป็นหัวใจสำคัญในการกระตุ้นไขกระดูกเป็นตัวควบคุมเมล็ดเลือดแดงและขาว ให้ทำงานกำจัดเชื้อแบคทีเรียตัวร้ายได้ดีขึ้น เป็นการกระตุ้น T.cell ซึ่งเป็นตัวควบคุมการทำงานไม่ให้ผิดปกติอาหารอื่น ๆ ที่ช่วยจุลินทรีย์ในร่างกายทำให้ทำลายแบคทีเรียตัวร้ายได้ คือ ข้าวหมาก,ถั่วเน่าญี่ปุ่น,โยเกริต์ผสมกะทิให้เกิดรสเปรี้ยวโดยอาศัยการหมักให้เปลี่ยนรูป ก็ช่วยได้เช่นกัน  การรับประทานน้ำมันมะพร้าว เพียงอย่างเดียวก็สามารถฆ่าเชื้อโรค,เชื้อรา,แบคทีเรีย ได้ทั้งหมด เพราะประกอบไปด้วยกรดไขมันสายปานกลาง

โรครูมาตอยด์ ,โรค SLE , โรคลำไส้แปรปรวน ,โรคอ่อนเพลียเรื้อรัง  เป็นโรคตระกูลเดียวกับโรคภูมิแพ้ทั้งหมด มีวิธีการรักษาเหมือนโรคภูมิแพ้ทั้งสิ้น หลีกเลี่ยงอาหารที่กล่าวมาข้างต้น และรับประทานอาหารที่ใหม่สดจากธรรมชาติเป็นหลัก

โรคผื่นแพ้ทางผิวหนัง , สะเก็ดเงิน
ซึ่งโรคนี้มีอาการเป็นแผลผุพองตามผิวหนัง มักเกิดกับเด็ก ๆ ที่เป็นแผลง่าย วิธีการรักษา โดยการกินน้ำมันมะพร้าวทาผิวบริเวณที่เป็นแผลด้วยน้ำมันมะพร้าว กินโยเกริตทุกวัน วันละ 2 ถ้วย หลีกเลี่ยงแป้งสาลี ขนมปังทุกชนิด บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ซาลาเปา ปลาท่องโก๋ น้ำตาล ความหวานทั้งหมด ผลไม้รสหวานจัด นมวัว หลีกเลี่ยงรสเปรี้ยวจัด ผลไม้รสเปรี้ยวจัด(ยกเว้นโยเกริต์ผลิตภัณฑ์จากนมที่้มีการหมักทำให้เกิดโมเลกุลใหม่ทำให้ย่อยง่ายกว่านมวัว)  ผักที่มีจุกที่หัว 5 แฉก หรือผักตระกูลไนท์เฉด คือ ผักที่เติบโตตอนกลางคืน ได้แก่ มะเขือเทศ ,พริก ,มะเขือทุกชนิด ,อาหารเผ็ดจัด ,เค็มจัด ทำติดต่อกัน 3 อาทิตย์ จะทำให้สภาพผิวหนัง สุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  อย่างไรก็ตามควรหมั่นสังเกตุตนเองเป็นหลักควบคู่ไปด้วย

อีกปัจจัยหนึ่งสำคัญ คือ โมโนโซเดียมกลูตาเมต หรือผงชูรส ยังมีผลโดยตรงกับโรคอัลไซเมอร์ หรือโรคเกี่ยวกับสมองในประเทศญี่ปุ่นได้มีการรณรงค์ไม่มีการบริโภคผงชูรสมานานแล้ว

สาเหตุหลักของโรคทั่วไปเกิดจากการกินไขมันชนิดไม่ดี เช่น น้ำมันพืชขวดที่ผ่านกรรมวิธี ,เนยขาว,มาการีน,ซาลาเปา,ขนมเปี๋ย,ครีมเทียมซึ่งเป็นสาเหตุของ โรคเบาหวาน หัวใจ มะเร็ง  เนื่องจากอาหารเหล่านั้นมีส่วนผสมของไขมันที่ได้จากน้ำมันพืชผ่านกรรมวิธีทั้งสิ้น และเมื่อเข้าสู่ร่างกายจะเปลี่ยนเป็นไขมันทรานส์ อันเกิดจากการเติมสารไฮโดรเจนเพื่อให้ละลายได้ในน้ำ  ไขมันทรานส์ ทั้งหลายยังอยู่ในอาหารหลากชนิดในท้องตลาด หากคุณรู้จักกรรมวิธีการปรุงอาหารเหล่านั้นก็จะทราบแหล่งที่มา
ของอาหาร  อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับผู้บริโภคว่าจะฉลาดในการเลือกรับประทานหรือไม่


เรียบเรียงโดย www.vannaherb.com
http://www.vannaherb.com/article

















วันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

สูตรกระเทียมผสมน้ำมันมะพร้าว....สุดยอดต้านอนุมูลอิสระ

สูตรกระเทียมผสมน้ำมันมะพร้าว....สุดยอดต้านอนุมูลอิสร

คือการนำ น้ำมันมะพร้าวแบบสกัดเย็น (COLD PRESS)  มาทานรวมกับกระเทียม จะเป็นกระเทียมสดหรือกระเทียมแคปซูลก็ได้

ประโยชน์
- กระตุ้นและเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย หยุดยั้งไวรัสและแบคทีเรียต่างๆได้ เช่น หวัด โรคกระเพาะ อาหารเป็นพิษ
- ช่วยเลือดไหลเวียนดี ละลายลิ่มเลือด ลดความดัน
- บำรุงตับ สามารถรักษาโรคตับแข็ง ไวรัสตับอักเสบ A,B,C และลดความเป็นพิษต่อตับของเห็ดมีพิษได้
- ป้องกันและบรรเทาปัญหาแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน
- ป้องกันโรคต้อกระจก และโรคตาต่างๆ
- ป้องกันโรคหัวใจ
- โรคเส้นโลหิตในสมองแตก
- เพิ่มการทำงานของวิตามิน C และ E, กลูตาไธโอนและ Q10 และสามารถหมุนเวียนกลับมาใช้ได้อีก
- สามารถปิดสวิทซ์ของรหัสพันธุกรรมที่เร่งขบวนการชราภาพและปิดสวิทซ์การเกิดโรคมะเร็งได้
- ล้างและกำจัดสารพิษในร่างกายได้ดี
- ลดความอ้วน กำจัดไขมันส่วนเกิน

ชาวเอเชียรวมทั้งรุ่นปู่ย่าของเราล้วนใช้กันมานานแล้ว และ 40 ปีที่แล้ว นักวิจัยชาวเยอรมันได้แยกส่วนสำคัญ 2 อย่างออกมา ตั้งชื่อสารอาหารนี้ใหม่ว่ากรดอัลฟ่าไลโปอิก (ALPHA LIPOIC) เป็น SUPER ANTIOXIDANT หรือ UNIVERSAL ANTIOXIDANT คือสารต่อต้านอนุมูลอิสระครอบจักรวาลเพื่อใช้รักษาโรคปลายประสาทอักเสบจากเบาหวาน อาหารไม่ย่อย และให้เป็นอาหารสำหรับเด็กทารกที่มีปัญหาเรื่องระบบการย่อย

ปัจจุบันมีการค้นคว้าเพิ่มเติมมากมายของคุณสมบัติสุดยอดสาร ANTIOXIDANT ที่มีสรรพคุณดังนี้

สาระสำคัญ 2 อย่างที่ว่ามี กรดไขมันขนาดกลาง C8 กรดคาปริลิก (CAPRILIC ACID ) และกำมะถัน (SULFUR) 2 โมเลกุลปัจจุบันทางบริษัทผู้ผลิตแจ้งว่าสกัดมาจาก บล็อกโคลี, ผักโขม, เนื้อวัว

- แต่น้ำมันมะพร้าวเป็นน้ำมันชนิดเดียวในโลกที่มีกรดไขมันขนาดกลางสูงสุดถึง 63% ประกอบด้วย C8 กรดคาปริลิก,C10 กรดคาปริก, C12 กรดลอริก กรดไขมันทั้ง 3 ตัวทำงานคล้ายกันและส่งเสริมการทำงานซึ่งกันและกัน เราจึงนำมาใช้งานร่วมกันได้ ไม่ต้องแยกใช้

- กระเทียมมีสารประกอบกำมะถันสูงมาก และยังมีสารสำคัญอีก 30 กว่าชนิด

ถ้าเรานำน้ำมันมะพร้าว + กระเทียม สิ่งที่เราได้จากธรรมชาติ ไม่ต้องหาซื้ออาหารเสริมอย่างกรดอัลฟ่าไลโปอิกที่มีราคาแพงตามท้องตลาด (1 ขวดมี 60 เม็ด ราคา 2,000 กว่าบาท) โดยนำน้ำมันมะพร้าวและกระเทียมทานเป็นประจำเหมือนรุ่นปู่ย่าเราในสมัยก่อน ช่วยทำให้ร่างกายเราแข็งแรงขึ้นอีกมาก และหาได้ง่ายๆในสังคมของเรา ไม่ต้องหาซื้อจากต่างประเทศ ต้องขอบคุณนักค้นคว้าที่ได้และวิจัยถึงคุณสมบัติอันสุดยอดของสารอาหารนี้ ทำให้เราตระหนักและได้นำความเป็นธรรมชาติที่มีอยู่นำกลับมาใช้อีกครั้งหนึ่ง

วิธีใช้
1.น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นไม่ผ่านความร้อน(ปราศจากการแต่งกลิ่นสังเคราะห์) 1 ช้อนโต๊ะ
2.กระเทียมสด 3-5 กลีบเล็ก หรือ กระเทียมแคปซูล 2-3 แคปซูล
- ทานก่อนอาหาร ครึ่งชั่วโมงช่วยลดความอ้วน หรือ
- ทานพร้อมอาหารหรือหลังอาหาร เพิ่มมวลกล้ามเนื้อ
- ทาน 2-3 มื้อ

อัลฟ่าไลโปอิคแอซิด : แอนติออกซิแดนท์ทุกเหตุการณ์
โดย : Sherry A.Rogers,M.D.

มนุษย์มีชีวิตอยู่ได้ก็ด้วยปฏิกิริยาเคมีต่างๆหลายพันชนิดที่เกิดขึ้นในแต่ละวินาทีในปฏิกิริยาเหล่านี้ เราได้ยักย้ายถ่ายเทอีเลคตรอนไปมาเพื่อเปลี่ยนแปลงอาหารให้กลายเป็นพลังงานสำหรับระบบร่างกาย ขับของเสีย และขจัดสารพิษที่เกิดจากสารเคมีที่รับประทานหรือหายใจเข้าไป การถ่ายเทอีเลคตรอนมีลักษณะเหมือนเล่นเก้าอี้ดนตรี คือมักจะมีอีเล็คตรอนเหลือตกค้างที่ไม่มีที่อยู่ในโมเลกุลใดๆอยู่ด้วย

อีเลคตรอนโดดเดี่ยว (orphan electrons) เหล่านี้มีชื่อเรียกว่าฟรีแร็คดิคัล จะทำทุกอย่างเพื่อหาที่อยู่ของตัวเองให้ได้ มันจะทะลวงเข้าไปที่เยื่อบุเซลหรือเอนไซม์เพื่อที่จะเข้าไปอยู่ในโมเลกุล และนั่นก็ทำให้เกิดความเสียหายขึ้นกับเนื้อเยื่อและเอนไซม์ การที่อีเลคตรอนไปทำลายเนื้อเยื่อทำให้เกิดปฏิกิริยาเปอร์ออกซิเดชั่นของไขมันเนื่องจากเนื้อเยื่อประกอบขึ้นจากไขมัน ทำให้เกิดรูในส่วนที่ถูกออกซิไดซ์ แล้วทำให้การทำงานของเนื้อเยื่อลดลงทำให้เซลตายเร็วกว่าเวลาอันควรทำให้ขาดสารอาหาร และไปทำให้เกิดความเครียดต่อระบบร่างกายได้หลายๆทาง 


ฟรีแร็คดิคูลหรืออนุมูลอิสระเป็นต้นเหตุของการเป็นโรคหลายอย่างและชราภาพ ดังนั้นเราจะได้เปรียบขึ้นหากพยามทำให้เกิดน้อยที่สุด มีฟรีแร็ดดิคัลอยู่หลายชนิด แต่ละชนิดมีหน้าที่ต่างกันและต้องใช้สารแอนติออกซิแดนท์ที่ต่างกันออกไปเพื่อขจัดพิษและควบคุมมัน เช่น

- แร็ดดิคัลเดี่ยวของออกซิเจนเป็นฟรี แร็ดดิคัลที่สามารถจัดการได้ด้วย บีท่าแคโรทีน
- แร็ดดิคัลของเปอร์ออกซิล (peroxyl radical) สามารถจัดการได้ด้วย วิตามิน อี
- แร็ดดิคัลของไฮดร็อกซิล (hydroxyl radical) กำจัดได้ด้วยกลูตาไธโอน
- ออกซิลแร็ดดิคัล (oxyl radical) ด้วยโคคิว 10

สารแอนติออกซิแดนท์อื่นๆอย่างเช่นไวตามินซี สามารถขับไล่พิษจากโลหะหนักซึ่งจะไปทำให้เกิดฟรีแร็ดดิคัลในภายหลังได้ ไวตามิน ซี ยังสามารถทำให้ไวตามีน อี นำกลับมาใช้ได้ใหม่อีกครั้งเมื่อไวตามิน อี ทำการกำจัดเปอร์ออกซิลแร็คดิคัล ตัวมันเองก็จะสูญเสียอีเลคตรอนและไม่สามารถกำจัดฟรีแร็ดดิคัลได้อีกต่อไป ไวตามีน ซี จะเป็นตัวให้อีเลคตรอนที่ขาดนี้และทำให้ไวตามิน อี สามารถกลับมาทำงานได้อีก

แต่ถ้ามีสารแอนติออกซิแดนท์ชนิดหนึ่งซึ่งสามารถจัดการกับฟรีแร็ดดิคัลในรูปแบบต่างๆได้จะเกิดอะไรขึ้น สารอาหารอย่างเดียวอาจทำงานทั้งหมดนี้ได้และยังอาจทำงานบางอย่างที่สารแอนติออกซิแดนท์ตัวอื่นๆไม่สามารถทำได้อีกด้วย นั้นคือทำให้สารอาหารที่สำคัญๆกลับคืนสภาพมาใช้งานกำจัดพิษได้ใหม่อีกครั้ง แล้วสารนี้เรียกว่าไลโปอิคแอซิด จากงานวิจัยระบุว่ามันอาจจะไม่เพียงแต่ยังช่วยทำให้ไวตามินอี กลับมาใช้งานได้ใหม่เท่านั้นแต่ยังรวมไปถึง กลูตาไธโอน,ไวตามินซี,โคคิว10, และเอนไซม์สำหรับกระบวนการเมตาโบลิซึ่มอื่นๆ ด้วย

ร่างกายเราใช้ไลโปอิคแอซิดสำหรับเมตาโบลิซึ่มในเซล เนื่องจากเป็น กรดไขมันที่มีความยาวขนาด

กลาง (medium-Chain fatty acid) ทำให้ร่างกายดูดซึมได้ง่าย เมื่ออยู่ในเซลไลโปอิคแอซิดจะถูก reduce (ซึ่งเป็นปฏิกิริยาเคมีชนิดหนึ่ง ที่สามารถถ่ายทอดพลังแก่คนอื่น) ทำให้เป็นไดโฮโดรไลไปอิคแอซิด ซึ่งเป็นสารแอนติออกซิแดนท์ที่ทรงประสิทธิภาพในการทำลายพวกซุปเปอร์ออกไซด์ไฮโดรเปอร์ออกซิล และไฮดร็อกซิลแร็ดดิคัลทั้งหลาย เมื่อตัวมันให้อีเลคตรอนเพื่อไปทำให้แอนติออกซิแดนท์อื่นๆใช้การได้อีกครั้ง ตัวเองก็ยิ่งกลับทรงพลังมากยิ่งขึ้นไปอีกโดยยังไปสามารถกำจัดฟรีแร็คดิคัลได้อีกทั้งๆที่ตัวเองอยู่ในรูป reduced form (คือให้อีเลคตรอนแก่คนอื่นไปแล้ว-ผู้แปล) แล้วซึ่งเป็นสิ่งที่สารอื่นทำไม่ได้

ร่างกายสร้างไลไปอิคแอซิดขึ้นมาได้ แต่ก็ไม่ได้ใกล้เคียงกับปริมาณที่เราจะเอาไปใช้ได้เลยเมื่อคิดถึงว่าในร่างกายมีปฏิกิริยาเคมีอยู่มากมายเท่าใดที่ต้องจัดการนอกเหนือไปจากเป็นสารแอนติออกซิแดนท์สารพัดประโยชน์และช่วยทำให้สารแอนติออกซิแดนท์อื่นกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง แล้วไลโปอิคแอซิดยังเป็นตัวต่อต้านการเพิ่มจำนวนของไวรัสเอชไอวี และยังช่วยเพิ่มแอนติบอดี้เพื่อต่อต้านกับไวรัสเอชไอวีอีกด้วย

ไลโปอิคแอซิดยังช่วยลดความเสียหายซึ่งทำให้เกิดโรค arteriosclerosis (ผนังหลอดเลือดแดงหนาและสูญเสียความยืดหยุ่น ) ซึ่งกระบวนการที่ชื่อว่า กลัยโคซิเลชั่น (glycosylation) โดยไลโปอิคแอซิด ช่วยให้ปฏิกิริยานี้เกิดสภาพเป็นกลาง ทำให้การเกิดผนังหลอดเลือดหนาและแข็งนี้เกิดช้าลง ทั้งนี้ยังรวมไปถึงอาการข้างเคียงอื่นที่เกิดจากผนังหลอดเลือดหนาแข็งในผู้ป่วยเบาหวาน ซึ่งได้แก่โรคหัวใจ, อาการข้างเคียงจากระบบประสาท,ต้อกระจก,เรติน่าอักเสบจากเบาหวาน,และตาบอด,และอื่นๆอีกมากมาย

การศึกษาต่างๆยังระบุว่า ไลโปอิคช่วยป้องกันตับจากการทำลายของสารเคมี และจากสารอัลดีไฮด์ ซึ่งอย่างหนึ่งเกิดจากเชื้อรา Candida ที่ไปทำให้เกิด “หมอกในสมอง” และอาการอื่นๆอีกมากโดยการผลิตอัลดีไฮด์ส่วนเกินออกมา อัลดีไฮด์เป็นสารที่เกิดขึ้นในร่างกายระหว่างการแยกสลายสารแปลกปลอม และตัวเองจะกลายเป็นพิษหากเกิดคอขวดขึ้นโดยเกิดปฏิกิริยาเปลี่ยนเป็นสารอื่นไม่ทันทำให้เกิดการสะสมขึ้นอัลดีไฮด์ทำให้หลอดเลือดหนาแข็งตัว,แก่ชรา,ผลด้านลบที่มีต่อพิษสุราเรื้อรัง และโรคทั้งหมดที่เกิดจากเอนไซม์ที่ถูกทำลายกับเนื้อเยื่อที่ต้องทำงานเกี่ยวข้อง ซึ่งไลโปอิคแอซิดอาจช่วยป้องกันความเสียหายที่เกิดจากอัลดีไฮด์เหล่านี้ได้

ไลโปอิคแอซิดยังยับยั้งหรือชะลอการเป็นพิษในระบบประสาทหรือความเสียหายของประสาทหรือความเสียหายของประสาทจากสารเคมีที่สูดดมเข้าไป จึงเป็นสารอาหารสำคัญสำหรับผู้ที่ไวต่อสารเคมีและไม่สามารถจัดการกับสารเคมีเหล่านั้นได้ดีเท่ากับผู้อื่น ไลโปอิคแอซิดยังอาจช่วยป้องกันการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมซึ่งก่อให้เกิดมะเร็งได้ด้วย

แม้ว่ายังต้องการการวิจัยเพิ่มเติม แต่การศึกษาเกี่ยวกับไลโปอิคแอซิดในปัจจุบันก็ให้ผลที่น่าเชื่อถือผู้เขียน (Sherry A. Rigers, M.D.) ยังไม่สามารถนึกถึงสารอาหารอื่นที่ให้ผลดีได้เท่านี้และดูเหมือนจะไม่มีผลข้างเคียงแต่อย่างใด ปริมาณที่แนะนำขึ้นอยู่กับระดับของสารอาหารอื่นและความต้องการปริมาณเริ่มต้นที่ดีอยู่ระหว่าง 50 ถึง 100 ม.ก. วันละ 2 ถึง 3 ครั้ง แต่ไลโปอิคแอซิดก็เหมือนกับอาหารเสริมอื่น คือ ควรมีความสมดุลกับโปรแกรมโภชนาการ โดยรวมทั้งหมดโดยขอคำแนะนำได้จากผู้เชี่ยวชาญ
กรดอัลฟ่าไลโปอิคแอซิดมีโครงสร้างประกอบด้วย
- กรดไขมันขนาดกลาง CAPRYLIC:8
- กำมะถัน

น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ (VIRGIN COCONUT) ประกอบด้วย
- วิตามินอีโทโคไทรอีนอล (TOCOTRIENOL) ซึ่งมีอนุภาพสูงกว่าวิตามินอีโทโคเฟอรอล (TOCOPHEROL) ถึง 40 – 60 เท่า มีหน้าที่ปกป้องอนุมูลอิสระ
- กรดไขมันขนาดกลาง (MEDIUMCHAIN FATTY ACID)
- CAPROIC : 6 0.4%
- CAPRYLIC : 8 7.3%
- CAPRIC : 10 6.6%
- LAURIC : 12 48%

ประโยชน์กรดไขมันขนาดกลาง 6 -12 โมเลกุล
มีหน้าที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและสามารถทำลายเชื้อโรค ทั้งแบคทีเรีย เชื้อรา ยีสต์ โปรโตซัวและไวรัส กรดไขมันขนาดกลางจะช่วยส่งเสริมการทำงานซึ่งกันและกัน

กระเทียม
มีสารประกอบกำมะถันมากได้แก่  ALLIN, METHYLCYSTEINE SULFOXIDE และ R-GUUTAMYL-S-TRANS-L-PROPENY CYSTEINNE และมีสารสำคัญอื่นอีก 33 ชนิด

ประโยชน์ของกระเทียม
1.ป้องกันโรคหัวใจ ลดการอุดตันของเส้นเลือด ลดคอเลสเตอรอล เพิ่มการไหลเวียนของเลือด
2.ฟอกเลือดโดยขับสารพิษออกจากเลือด ทำความสะอาด และทำให้เลือดไหลเวียนดี ลดความดันเลือด
3.ลดความหนืดของหลอดเลือด ละลายลิ่มเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุของอัมพฤกษ์และอัมพาตได้
4.ป้องกันโรคมะเร็งในต่อมลูกหมากถึง 50%, ลดความเสี่ยงจากมะเร็งโรคกระเพาะอาหาร, ลำไส้ใหญ่, เต้านม
5.เสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายและยังมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อโรค ไวรัส และเชื้อราอีกด้วย
6.มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระอย่างแรง และโรคเสื่อมต่างๆ
7.ปรับระดับน้ำตาลในเลือดให้ปกติ ลดไตรกลีเซอไรด์และคอเลสเตอรอล
8.ป้องกันระบบทางเดินหายใจเช่น หวัด น้ำมูกไหล
9.เป็นยาอายุวัฒนะ บำรุงสุขภาพ

แปลและเรียบเรียงจากเรื่อง : Lipoic Acid: All-in-One Antioxidant โดย : Sherry A. Rogers, M.D.
วารสาร : Let’s Live ฉบับประจำเดือนพฤศจิกายน 1996
พอ.นพ. ดำรง เชี่ยวศิลป์ ที่ปรึกษาอาวุโสสภากาชาดไทย
โดยAyurvedic Association of Thailand